How Starbucks saved My Life
posted on 31 May 2008 21:08 by wednesdaychild
วันนี้บ้าพลังเป็นพิเศษ
เพิ่งได้เล่มใหม่มา หลังจากเดินเตร็ดเตร่ หาความเย็นใน 7-11
How Starbucks saved My Life
แถมคำโปรย บนหนังสือก็น่าสนใจมาก
จะทำยังไง ถ้าอยู่ดีๆ คุณตกงาน ไม่มีสวัสดิการใดๆเลย
ลูกยังต้องเรียน บ้านยังต้องมีภาษี ต้องแต่งตัวหลอกเมียไปวันๆ ว่ายังทำงานอยู่
แถมตอนที่ตกงาน ก็อยู่ตำแหน่งสูง อยู่บนหอคอยแล้ว ร่วงลงมาเจ็บน่าดู
เพราะสงสัย จะยืนอ่านในร้านก็เกรงใจ ซื้อติดมือมาซะเลย แล้วก็อ่านด้วยความบ้าพลัง รวดเดียวจบ
แว่วว่า จะเอาทอมแฮงค์มาแสดงด้วย อีกหน่อยคงมีหนังแล้วเนอะ
เรื่องของนักโฆษณามือฉกาจ (แต่กำลังประสบภาวะวิกฤติ เพราะความแก่)
...ไมเคิล เกทส์ กิลล์ (ไม่รู้ว่าสถานที่และบุคคลที่อ้างถึงทั้งหมด ล้วนเป็นบุคคลจริงสถานที่จริงรึเปล่า)
แรกเริ่มที่อยากอ่านเพราะ คำโปรยนั้นแหละ
เราจะหาวิธีใดรับมือกับวิกฤติแบบนี้ นิยายไทยไม่ค่อยมีให้เห็น
แม้จะทำใจว่ามันเป็นอัตชีวประวัติ แต่คงมีความสุนกแบบกึ่งนิยาย
แถมถ้ามันเป็นหนังสือแบบ feel good กำไรอีกแบบของหนังสือเล่มนี้คือ
ความรู้สึก feel good โลกคงไม่ร้ายเกินไป...
แล้วก็จริงดังว่า
ถ้าคุณกำลังตกงาน นั่งรองานอยู่ในร้านอาหารหรือร้านอะไรสักแห่ง
แล้วอยู่ดีๆ มีคนข้างโต๊ะ ยื่นหน้ามาถาม ...อยากได้งานมั้ย
คุณจะตอบว่ายังไง ในเมื่อคุณรู้แน่ว่ามันเป็น มุข(มุก?) แบบคนแปลกหน้าถามกัน
...อาจจะแค่ยิ้ม หยั่งเชิง
...อาจจะมองอีกฝ่ายว่าบ้า รึเปล่า อยู่ดีๆ ก็มาถาม ไม่ได้รู้จักอะไรกันสักหน่อย
...และอาจจะบ้าพอ ตอบไปว่า "ครับ ผมอยากได้งาน"
และนั่นเป็นที่มาของพนักงานประจำร้าน Starbucks ที่สูงอายุที่สุด
ต้องก้าวให้พ้นข้อจำกัดของอายุ ในเมื่อต้องทำงานใช้แรงเช่นเดียวกับหนุ่มๆ
แถมยังต้องก้าวข้ามทัศนคติร้ายเหลือ ในหลายรูปแบบ ของคนเคยอยู่ บน หอคอย
และให้พ้นความกลัว ในงานที่เราไม่ถนัด
การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างเนิบนาบ เชื่องช้า ตามสไตล์คนเขียน เค้าอายุเยอะแล้วนา...
และอาจเพราะมันอาจจะเป็นไดอารี (มั้ง) เวลาในหนังสือ ดูจะเป็นเวลาจริงๆ ที่ปรากฏ
หนึ่งวัน
สองวัน
หนึ่งอาทิตย์
หนึ่งเดือน
กับหลายประสบการณ์
ประสบการณ์ Starbucks ที่เพียบพร้อมในหนังสือ
ชวนให้เราอยากเป็นลูกค้าของร้านสักครั้ง
แม้จะไม่ดื่มกาแฟก็เหอะ แถมยังแพงอีกต่างหาก
แต่สวัสดิการที่บอกไว้ในหนังสือ เมืองไทย มีเหมือนกันใช่มั้ย?
แล้วเกร็ดเล็กเกณ้ดน้อย เช่นแม่นางไซเรน นี่
Starbucks ยังทำให้มันเกี่ยวจนได้เนอะ
กฏแห่งการตั้งชื่องี้
สีเขียวอีก
แถมบทกวีที่พิมพ์ข้างถ้วย น่ะ มีจริงใช่รึเปล่า?
และยิ่งอ่าน เรายิ่งมั่นใจอย่างหนึ่ง
คนที่เคยสูงมากๆ เวลาร่วงมันเจ็บ แต่จะยืนได้เร็วกว่าคนที่ยืนบนพื้นธรรมดาสามัญ
...ไมเคิล เกทส์ กิลล์ ตกลงมาเจ็บสาหัส เค้าอยากก้าวไปอยู่ที่เดิม
แต่เพราะประสบการณ์ใน Starbucks ทำให้เค้าค้นพบ พื้นที่...ธรรมดาสามัญ
เวลาล้มมันมีเพื่อนเยอะ เพราะว่าอยู่บนพื้นธรรมดาๆ นี่แหละ
แต่นั่นแหละ
มันยังไม่ธรรมดาอยู่ดี เค้าเขียนมันเป็นหนังสือ!
ยังมีพนักงานอีกเป็นร้อย พัน ที่เรื่องราวเข้มข้นกว่า
แต่ ไมเคิล เกทส์ กิลล์ เขียนมันออกมา
ตอนนี้เค้ายังทำงานอยู่กับ Starbucks (เค้าว่างั้นนะ)
แม้จะไม่ถึงกับชอบหนังสือเล่มนี้นัก แต่...
มันก็คุ้มกับความรู้สึก feel good ที่ได้รับ ยามเมื่อวางหนังสือลง
เวลาที่คุณรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว
ยังมีคนเจอ มา หนัก กว่าคุณ
มันไม่ได้ทำให้คุณถอยหลัง
บางทีมองแต่ข้างบนมันก็เมื่อยคอ
ลองมองคนที่อยู่ต่ำกว่าคุณ
ใช่ว่าคุณจะต่ำเช่นพวกเค้า
แค่พักยก
แต่คุณไม่อยากอยู่ข้างล่างเหมือนพวกเค้านี่
งั้นคุณต้องพยายามใหม่แล้วล่ะ
How books saved My Life
อิอิ..
Page Portfolio